โพสฟรี สินค้าทุกหมวดหมู่ โพสฟรี รองรับSeo youtube > ลงประกาศฟรีทุกหมวดหมู่ รองรับ SeO youtube
ช่างไฟฟ้าอาคาร: วิธีเลือกใช้สายไฟที่ได้มาตรฐานเส้นเล็กๆ หลังกำแพงที่ห้ามงกเลือกแ
(1/1)
siritidaphon:
ช่างไฟฟ้าอาคาร: วิธีเลือกใช้สายไฟที่ได้มาตรฐานเส้นเล็กๆ หลังกำแพงที่ห้ามงกเลือกแบบไหนไฟไม่ช็อตบ้านไม่พัง
สิ่งที่เรามักจะทุ่มงบและเลือกกันอย่างพิถีพิถันก็คือ หน้ากากปลั๊กไฟดีไซน์สวยๆ, โคมไฟระย้าหรูหรา หรือสวิตช์ไฟระบบสัมผัสไฮเทคใช่ไหมคะ? แต่เชื่อไหมคะว่ามีอุปกรณ์หลังบ้านอยู่ชิ้นหนึ่งที่เป็นเหมือน "เส้นเลือดฝอย" คอยลำเลียงพลังงานไฟฟ้าไปทั่วบ้าน แต่กลับเป็นจุดที่หลายคนยอมตัดงบ เลือกใช้เกรดต่ำสุดเพียงเพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย สิ่งนั้นก็คือ "สายไฟ" นั่นเองค่ะ!
วันนี้เลยขอมาทำหน้าที่สรุปคู่มือ "วิธีเลือกใช้สายไฟที่ได้มาตรฐานและความปลอดภัย" ฉบับเข้าใจง่ายใน 5 นาทีมาฝากกันค่ะ เซฟกระทู้นี้เก็บไว้คุยกับช่างไฟได้เลยนะคะ!
🔍 1. คาถา 3 ต้อง: สแกน "สายไฟมาตรฐาน" ดูตรงไหน?
ก่อนจะควักเงินจ่ายค่าสายไฟยกม้วน ให้เดินไปเช็กที่ตัว "ฉนวนพลาสติก" ของสายไฟก่อนนะคะ สายไฟที่ได้มาตรฐานสากลและปลอดภัยชัวร์ๆ ต้องมี 3 สิ่งนี้สกรีนอยู่บนตัวสายอย่างชัดเจนค่ะ:
ต้องมีตรา มอก. (TIS): อันนี้สำคัญที่สุดในประเทศไทยค่ะ! สายไฟต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยปัจจุบันสายไฟบ้านทั่วไปต้องได้มาตรฐาน มอก. 11-2553 (ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่ปรับปรุงให้ตรงกับมาตรฐานสากล IEC) ถ้าม้วนไหนไม่มีตรา มอก. หรือระบุมาตรฐานเก่าเกินไป ห้ามซื้อเด็ดขาดค่ะ
ต้องระบุขนาดหน้าตัดทองแดงชัดเจน: บนสายไฟจะสกรีนขนาดของลวดทองแดงภายใน มีหน่วยเป็น SQ.MM. (ตารางมิลลิเมตร) รวมถึงจำนวนแกน เช่น 2x2.5 SQ.MM. แปลว่ามีสายไฟ 2 แกน ข้างในหนาแกนละ 2.5 ตารางมิลลิเมตรค่ะ ตัวเลขนี้ต้องชัดเจนห้ามเบลอ
ต้องบอกพิกัดแรงดันและอุณหภูมิ: สายไฟบ้านมาตรฐานจะระบุแรงดันไฟฟ้าที่ทนได้ เช่น 450/750 V และทนความร้อนของฉนวนได้ที่ 70°C หรือ 90°C (ขึ้นอยู่กับชนิดของฉนวนพลาสติก PVC) ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้เราเมคชัวร์ว่าสายไฟจะไม่ละลายง่ายๆ เวลาเจอความร้อนสะสมค่ะ
📐 2. คัมภีร์เลือก "ขนาดสายไฟ" ให้แมตช์กับเครื่องใช้ไฟฟ้า
หนึ่งในความผิดพลาดที่น่ากลัวที่สุดคือ "การใช้สายไฟเส้นเล็กเกินไปกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟดุ" เพราะมันจะทำให้สายไฟเกิดความร้อนสะสมจนฉนวนละลายและเกิดไฟลุกไหม้ลัดวงจรได้ค่ะ เพื่อความปลอดภัย คุณแม่สรุปขนาดสายไฟมาตรฐานที่ควรใช้ในแต่ละจุดของบ้านมาให้แล้วค่ะ:
จุดใช้งาน / เครื่องใช้ไฟฟ้า ขนาดสายไฟขั้นต่ำที่ได้มาตรฐาน หน้าที่และความปลอดภัย
ระบบแสงสว่าง (หลอดไฟ, โคมไฟ) 1.5 SQ.MM. กินไฟน้อย ใช้สายเส้นเล็กได้ ช่วยประหยัดงบในจุดที่ไม่จำเป็น
เต้ารับ/ปลั๊กไฟทั่วไป (ทีวี, พัดลม) 2.5 SQ.MM. เป็นขนาดมาตรฐานของปลั๊กไฟบ้าน รองรับการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้ปลอดภัย
เครื่องปรับอากาศ (แอร์ทั่วไป) 4.0 SQ.MM. แอร์กินไฟสูงช่วงคอมเพรสเซอร์สตาร์ท ต้องใช้สายหนาเพื่อความเสถียร
เครื่องทำน้ำอุ่น (ขนาด 3,500W-4,500W) 4.0 SQ.MM. สัมผัสกับน้ำและความชื้นโดยตรง สายต้องหนาและทนความร้อนได้ดี
เครื่องทำน้ำอุ่น/น้ำร้อน (5,500W ขึ้นไป) 6.0 SQ.MM.กินไฟโหดมาก ต้องใช้สายไฟเส้นใหญ่พรีเมียมเพื่อป้องกันสายไหม้
(หมายเหตุ: ขนาดสายไฟข้างต้นต้องทำงานควบคู่กับการเลือกขนาด "เบรกเกอร์" ที่แมตช์กันในตู้ไฟหลักด้วยนะคะ เพื่อให้ระบบเซฟตี้ตัดไฟได้ทันทีเมื่อเกิดไฟเกิน)
🚨 3. ข้อควรระวังในการเลือกซื้อและการเดินสายไฟ (ทริคมนุษย์แม่คุมงาน)
ระวังสายไฟปลอม/ทองแดงผสม: ในตลาดมักจะมีสายไฟราคาถูกผิดปกติวางขาย ซึ่งมักจะลักไก่โดยการใช้ทองแดงเปอร์เซ็นต์ต่ำ (ผสมอลูมิเนียม) หรือทำขนาดหน้าตัดทองแดงให้เล็กลงแต่ทำฉนวนพลาสติกให้หนาหลอกตา วิธีป้องกันคือซื้อจากร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่น่าเชื่อถือและเลือกแบรนด์ชั้นนำในตลาดเท่านั้นค่ะ ยอมจ่ายแพงกว่าหลักร้อยเพื่อซื้อความอุ่นใจหลักล้าน
เลือกประเภทสายให้ถูกกับพิกัดติดตั้ง:
ถ้าเดินสายตีกิ๊ฟลอยติดผนังปูนทั่วไป -> เลือกใช้ สาย VAF (สายแบนสีขาว)
ถ้าเดินสายร้อยท่อฝังผนัง หรือเดินบนฝ้าเพดาน -> เลือกใช้ สาย THW (สายแกนเดี่ยวกลม)
ถ้าเดินสายไฟสนามนอกบ้านหรือฝังดิน -> ต้องใช้ สาย NYY (สายกลมสีดำหนา 3 ชั้น) เท่านั้น ห้ามเอาสายไฟบ้านสีขาวไปเดินนอกอาคารตากแดดตากฝนเด็ดขาด เพราะฉนวนจะกรอบแตกในเวลาอันรวดเร็วค่ะ
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
Go to full version