ทำไมการจัดฟันเด็ก ถึงสำคัญกว่าการรอให้โตแล้วค่อยจัด?หลายคนอาจจะเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า "รอให้ฟันแท้ขึ้นครบก่อน ค่อยพาไปจัดฟันทีเดียว" แต่ในทางทันตกรรมจัดฟันยุคปัจจุบัน การพาเด็กไปพบคุณหมอเพื่อประเมินและเริ่ม "จัดฟันเด็ก" (มักจะเริ่มในช่วงอายุ 7-9 ปี) มีความสำคัญและให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าการรอให้โตมากครับ
เหตุผลหลักๆ ที่การจัดฟันเด็กมีความสำคัญ มีดังนี้ครับ:
1. กระดูกขากรรไกรยังอ่อน ปรับโครงหน้าได้ง่าย
นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุดครับ ในวัยเด็ก โครงสร้างกระดูกขากรรไกรและใบหน้ายังเจริญเติบโตไม่เต็มที่และมีความยืดหยุ่นสูง ทันตแพทย์จึงสามารถใช้เครื่องมือเพื่อ "นำทาง" การเจริญเติบโตของกระดูกได้ เช่น หากเด็กมีขากรรไกรแคบ ก็สามารถใช้เครื่องมือขยายขากรรไกรให้กว้างขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ให้ฟันแท้ขึ้นได้พอดี
ข้อเปรียบเทียบ: หากรอจนโตเป็นผู้ใหญ่ กระดูกขากรรไกรจะแข็งและเชื่อมติดกันหมดแล้ว การแก้ไขปัญหาโครงสร้างขากรรไกรผิดปกติ (เช่น คางยื่น คางหลุบ ขากรรไกรเบี้ยว) อาจไม่สามารถจัดฟันแก้ได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ "การผ่าตัดขากรรไกร" ร่วมด้วย ซึ่งเจ็บกว่าและค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
2. หยุดพฤติกรรมทำร้ายโครงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ
เด็กหลายคนมีพฤติกรรมติดตัวที่ส่งผลเสียต่อโครงสร้างใบหน้าและการเรียงตัวของฟันโดยที่ผู้ปกครองอาจไม่รู้ตัว เช่น:
การดูดนิ้ว
การดูดริมฝีปาก
การกลืนน้ำลายโดยเอาลิ้นดุนฟัน
การนอนอ้าปากหายใจ (หายใจทางปาก)
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ฟันยื่น ฟันเหยิน หรือเพดานปากแคบ การจัดฟันเด็กจะมีการใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อปรับพฤติกรรมเหล่านี้ให้ถูกต้องก่อนที่โครงหน้าจะผิดรูปไปถาวร
3. ลดความรุนแรงของปัญหา และลดโอกาส "โดนถอนฟันแท้"
การประเมินตั้งแต่เด็ก ทำให้คุณหมอเห็นแนวโน้มการขึ้นของฟันแท้ หากพบว่าที่ว่างไม่พอและฟันแท้มีแนวโน้มจะขึ้นมาซ้อนเกหนักมาก หรือกลายเป็นฟันคุด/ฟันฝัง คุณหมอสามารถจัดระเบียบฟันน้ำนมหรือขยายพื้นที่รอไว้ได้ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่เด็กจะต้องถูก "ถอนฟันแท้" ออกหลายๆ ซี่เพื่อหาพื้นที่ว่างในการจัดฟันตอนโต
4. ประหยัดเวลาและลดความเจ็บปวดในอนาคต
การจัดฟันเด็กมักถูกเรียกว่าการจัดฟันระยะที่ 1 (Phase 1) เมื่อเด็กโตขึ้นจนฟันแท้ขึ้นครบ อาจจะมีการจัดฟันระยะที่ 2 (Phase 2) เพื่อเก็บรายละเอียดอีกครั้ง แต่ข้อดีคือ การจัดฟันใน Phase 2 จะใช้เวลาน้อยลงมาก ซับซ้อนน้อยลง และเด็กจะเจ็บปวดน้อยกว่าการปล่อยปัญหาให้สะสมจนเรื้อรังแล้วมาแก้ทีเดียวตอนโต
5. ปกป้องสุขภาพจิตและความมั่นใจของเด็ก
ปัญหาฟันยื่น ฟันเหยิน หรือฟันเหยินจนริมฝีปากปิดไม่สนิท มักทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุฟันหน้าหักเวลาวิ่งเล่นหรือหกล้ม นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสรีระช่องปากที่ผิดปกติอาจทำให้เด็กถูกเพื่อนล้อเลียน (Bully) จนสูญเสียความมั่นใจ การแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยปกป้องสุขภาพจิตใจ ทำให้เด็กกล้ายิ้มและเข้าสังคมได้อย่างมีความสุขครับ
คำแนะนำเบื้องต้น: สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งสหรัฐอเมริกา (AAO) แนะนำให้ผู้ปกครองพาเด็กไปตรวจประเมินโครงสร้างฟันและขากรรไกรกับทันตแพทย์จัดฟัน ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แม้ว่าฟันน้ำนมจะยังหลุดไม่หมดก็ตาม เพื่อเช็กความเสี่ยงและวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงทีครับ